GOS ตอนที่ 155 – สงครามได้อุบัติขึ้นแล้ว!
หลังจากการปรากฏตัวของเหล่าพลเรือโท
อาโอคิยิ คิซารุ และอาคาอินุ สามพลเรือเอกก็ตามออกมาจากด้านหลัง ภายใต้การจับจ้องของเหล่าทหารเรือนับไม่ถ้วน ที่เต็มไปด้วยความเคารพและชื่นชม จนมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเหล่าพลเรือโท
ตั้งแต่ที่สงครามในครั้งนี้ไม่ใช่สงครามที่ทางกองทัพเรือเป็นคนคุมเกม เหล่าผู้ที่ทรงพลังและแข็งแกร่งมากที่สุดจึงไม่ได้ถูกประจำตำแหน่งให้อยู่เบื้องหลัง แต่ให้มาอยู่เบื้องหน้า ซึ่งนับว่าเป็นรูปแบบขบวนที่แตกต่างไปจากเดิมพอสมควร
หลังจากที่อาโอคิยิ คิซารุ และอาคาอินุทั้งสามคนปรากฏตัวออกมา ก็เท่ากับว่าขบวนรบของกองทัพเรือได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว
สามพลเรือเอกยืนอยู่แถวหน้าสุด และเบื้องหลังของเขาคือพลเรือโทจากศูนย์ใหญ่ ตามมาด้วยพลเรือตรี และทหารเรือคนอื่นๆที่ล้วนแล้วแต่เป็นกระดูกสันหลังของกองทัพเรือ พวกเขาส่วนใหญ่จะใช้ดาบเป็นอาวุธ ส่วนทหารเรือยศล่างๆลงไปหรือทหารเรือธรรมดาๆ พวกเขาจะใช้อาวุธปืนในการต่อสู้
แม้แต่เซนโงคุก็ยังปรากฏตัวออกมา เพียงแค่เขาไม่ได้ไปยืนอยู่แถวหน้า แต่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดด้านหลังขบวนรบ และจ้องมองออกไปยังท้องทะเล
ด้วยการเข้าร่วมขบวนรบของสามพลเรือเอก ทำให้ความวุ่นวายและเสียงพูดคุยกันในจตุรัสค่อยๆเงียบลง ก่อนที่บรรยากาศกดดันจะกลับมาอีกครั้ง
ในระยะไกลออกไป
ภายใต้ท้องทะเลที่ไกลสุดลูกหูลูกตายังคงไร้ร่องรอยของกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร
เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ
10 นาที …
20 นาที …
ครึ่งชั่วโมง …
บรรยากาศภายในจตุรัสเริ่มกดดันมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ ทหารเรือหลายคนเริ่มมีเหงื่อไหลย้อย ขณะที่หลายคนกำลังว้าวุ่นใจและพากันตั้งคำถามว่าทำไมพวกกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรถึงไม่ปรากฏตัวออกมาเสียที
ไคโดจะมาจริงๆงั้นหรือ?
พวกเขานั้นไม่สามารถระบุตำแหน่งของกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรได้ แต่กลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรนั้นรู้ตำแหน่งของพวกเขาอย่างชัดเจน หากพวกโจรสลัดแล่นเรืออ้อมฐานG-6ไปโจมตีฐานG-5 และG-4 แล้วปล่อยให้พวกเขารอจนแห้งตายอยู่ที่นี่ล่ะ?
ความคิดดังกล่าวค่อยๆไหลผ่านเข้ามาในจิตใจของเหล่าทหารเรือแต่เบื้องหน้าของพวกเขา เหล่าพลเรือตรี พลเรือโท และพลเรือเอกยังคงมีท่าทีสงบนิ่งและไม่เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ
“อย่าทำตัวหย่อนยาน! ต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา”
เมื่อเห็นทหารเรือหลายคนเริ่มที่จะทำตัวหย่อนยาน เซนโงคุที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดก็ได้ตะโกนลงไปยังเบื้องล่าง ทำให้ทหารเรือหลายคนกลับมาได้สติอีกครั้ง ก่อนที่จะยกอาวุธมาไว้ในอ้อมแขนของพวกเขา
และเกือบจะในทันทีที่สิ้นเสียงของเซนโงคุ
สุดเส้นขอบฟ้า ที่ซึ่งหากมองจากระยะไกลจะดูเหมือนท้องทะเลกับขอบฟ้าได้เชื่อมต่อกัน ได้ปรากฏกลุ่มก้อนเงาดำๆ ก่อนที่จะเผยให้เห็นรูปร่างว่าแท้จริงแล้วพวกมันเป็นกองเรือโจรสลัดขนาดใหญ่!
กลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร … ได้มาถึงแล้ว!
แม้ว่าการแล่นเรือตรงมายังฐานG-6 จะก่อให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่แก่กองเรือโจรสลัดของเขา แต่คนอย่างไคโดน่ะหรือจะหลีกเลี่ยง?
ไม่ต้องสงสัยว่าคำตอบคือ ไม่!
แม้จะรู้ว่ากองทัพเรือได้จัดตั้งขบวนรบรออยู่ที่ฐานสาขาG-6 เพื่อเตรียมทำสงครามเต็มรูปแบบ แต่กลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรก็ยังจะมาอยู่่ดี เนื่องจากกัปตันของพวกเขา — ร้อยอสูรไคโดนั้นเป็นถึงหนึ่งในสี่จักรพรรดิ!
ต่อให้ที่นี่เป็นศูนย์ใหญ่มารีนฟอร์ด ไคโดก็ไม่มีความคิดที่จะถอยหนี เขานั้นเคยบุกไปยังศูนย์ใหญ่มารีนฟอร์ดเพียงลำพังมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นไม่ต้องกล่าวถึงฐานG-6!
“มาซักที!”
ขณะที่กองเรือโจรสลัดร้อยอสูรได้ปรากฏตัวขึ้น สายตาของอาโอคิยิ คิซารุ และคนอื่นๆที่ยืนอยู่หน้าขบวนรบก็เป็นประกายเล็กน้อย พร้อมกับแรงกดดันที่เริ่มพลุ่งพล่านออกมาในเวลาเดียวกัน
“นี่น่ะหรือ กองทัพของร้อยอสูรไคโดซึ่งเป็นหนึ่งคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของท้องทะเล”
โรจาจ้องมองไปยังทิศทางที่กองเรือโจรสลัดร้อยอสูรกำลังแล่นเข้ามา ก่อนที่จะสูดหายใจลึก สำหรับไคโดแล้ว ไม่ว่าเขาจะต้องพบเจอกับสถานการณ์แบบไหน ไคโดจะไม่ยอมถอยหนีอย่างแน่นอน
นี่ไม่ใช่ความบ้าคลั่ง แต่เป็นความท้าทายที่ต้องการจะเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับใครก็ตาม ภายในจิตใจของเขาจะไม่มีความคิดที่จะหลีกเลี่ยงหรือถอยหนี!
ยามเมื่อจักรพรรดิโกรธ ท้องทะเลทั้งผืนจะถูกพลิกและลุกเป็นไฟ ในยามที่จักรพรรดิเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นสรวงสวรรค์ชั้นฟ้าหรือผืนดินเบื้องล่างของโลก ก็ต้องยอมสยบให้แก่เขา!
หากที่นี่เป็นโลกของบลีช เทพมรณะ ซึ่งไม่ใช่โลกที่เต็มไปด้วยการวางแผนและกลยุทธ์ แต่เป็นโลกที่เน้นการเผชิญหน้าด้วยพลังอำนาจอันแข็งแกร่ง — ต่อให้วางกลยุทธ์ไว้มากมาย มันก็แทบจะไร้ความหมาย! และหากต้องการที่จะขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดของโลกบลีชเทพมรณะ จะต้องใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มี โค่นศัตรูทุกคนที่อยู่เบื้องหน้าและกวาดมันออกไปไม่ให้ขวางทาง!
กลับมายังโลกวันพีช
ไคโดนั้นไม่คิดจะล่าถอยส่วนกองทัพเรือก็ไม่คิดที่จะทนความคลุ้มคลั่งของเขาอีกต่อไป!
แม้ว่าจะมีคนที่ชั่วร้ายอยู่บ้างในกองทัพเรือ แต่ในโลกใบนี้ กองทัพเรือคือความยุติธรรม และผู้คนนับไม่ถ้วนนั้นปรารถนาความสงบสุข และต้องการมีที่พึ่งในจิตใจ
หากกองทัพเรือพ่ายแพ้ ไม่เพียงแต่โลกจะจมลงสู่ความวุ่นวายเท่านั้น แต่ผู้คนในโลกใบนี้จะสูญเสียความปรารถนาที่เป็นแสงนำทางในจิตใจ และจะพากันจมลงสู่ความมืดมิด
กองเรือรบของกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรค่อยๆปรากฏขึ้นจากในเส้นขอบฟ้า
พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันอันน่าสยดสยองออกมาอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีเหล่าพลเรือเอก พลเรือโทที่แข็งแกร่งยืนอยู่เบื้องหน้าของเหล่าทหารเรือแล้วล่ะก็ เกรวงว่าพวกเขาคงจะสูญเสียจิตวิญญาณในการต่อสู้ไปแล้ว!
บรรยากาศเริ่มหนักอึ้ง แม้หายใจยังลำบาก
“ทุกคน เตรียมอาวุธในมือให้พร้อม!”
เซนโงคุที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดจ้องมองไปยังกองเรือรบของกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรที่อยู่ไกลออกไป ก่อนที่จะเหลือบมองมายังเบื้องล่าง แล้วพบว่าทหารเรือจำนวนมากต่างเผยให้เห็นถึงความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวข้างในจิตใจ
“พวกเราต้องอยู่ที่นี่เพื่อกำจัดความชั่วร้ายให้หายสาปสูญไปโดยสมบูรณ์!”
“อย่ามีความคิดว่าเรายังสามารถล่าถอยได้ อย่าคิดว่ายังคงมีฐานทัพอื่นๆที่อยู่เบื้องหลังพวกเราไว้คอยตั้งรับอีก ตอนนี้เรากำลังตกอยู่ภายใต้สายตาของคนทั้งโลกที่ปรารถนาความสงบสุข และหากเราซึ่งเป็นตัวแทนของความยุติธรรม ไม่กล้าที่จะก้าวไปเผชิญหน้ากับความชั่วร้าย แล้วพวกเราจะเรียกตัวเองว่าทหารเรือได้อีกอย่างนั้นหรือ?”
ทหารเรือหลายคนหันไปมองเซนโงคุ คำพูดอันเคร่งขรึมของเขา ในแต่ละประโยคที่เปล่งออกมา ทำให้ความกดดันและความหวาดกลัวของเหล่าทหารเรือนับไม่ถ้วนค่อยๆจางหายไป เลือดในกายของพวกเขาเริ่มเดือดพล่าน และต่างพากันกำอาวุธในมือแน่น
หากพวกเขาล่าถอย นั่นก็จะเป็นการพิสูจน์ว่าความชั่วร้ายนั้นสามารถชนะความยุติธรรมได้ และหลังจากนั้นความชั่วร้ายก็จะเข้ามาแทนที่ความยุติธรรม!
พวกเขาคือกองทัพเรืออันเที่ยงธรรม ดังนั้นจึงไม่เต็มใจที่จะปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แม้กระทั่งทหารเรือที่อ่อนแอที่สุดก็ยังเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย และเริ่มปลดปล่อยแรงกดดันของตัวเองออกมา
แต่ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทุกคน ไม่ว่าจะเป็น เหล่าพลเรือโท โรจา และพลเรือเอก … หากมองจากเบื้องหลังจะดูราวกับเป็นประภาคารขนาดยักษ์!
แรงกดดันของทหารเรือนับไม่ถ้วนได้เชื่อมต่อกัน และพุ่งออกไปปะทะกับแรงกดดันจากทางฝั่งกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร จนทำให้ท้องฟ้าพลันมืดครึ้ม ดูราวกับว่าจะเกิดอาเพศ
บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่เสียงใดๆ
ในที่สุด
เมื่อกองเรือโจรสลัดแล่นใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนที่ช่วงระยะปืนใหญ่ทหารเรือก็ทำการบรรจุกระสุนปืนใหญ่ ก่อนที่จะยกดาบสูงขึ้นเหนือหัว
เสียงกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกบรรจุลงไป ราวกับเสียงของหินยักษ์ที่ตกลงสู่สระน้ำอันเงียบสงบ จนละอองน้ำนับพันสาดกระเซ็นออกไปทั่ว ทำลายบรรยากาศที่กำลังเงียบงันลงโดยสมบูรณ์
ทหารเรือที่ประจำตำแหน่งปืนใหญ่ได้สะบัดดาบลงมาเป็นการให้สัญญาณเริ่มยิงได้
“ยิงปืนใหญ่ได้!”
“ทำลายกองเรือของกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร!”
ทหารเรือที่ไม่มีใครรู้ว่าชื่ออะไรได้ตะโกนออกมา พร้อมกับเสียงคำรามดังสนั่นของปืนใหญ่นับไม่ถ้วนได้ดังขึ้น และทิ้งไว้เพียงควันจางๆที่ลอยออกมาจากปากกระบอกปืน
กระสุนปืนใหญ่มากมายถูกยิงออกไปโจมตีกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูณที่อยู่ห่างออกไป
เสียงของปืนใหญ่ได้เป็นตัวจุดชนวนเปิดฉากสงครามในครั้งนี้อย่างสมบูรณ์!
กองทัพเรือ VS กลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร
สงครามได้อุบัติขึ้นแล้ว!