4/5

 

Ep.852 – ถ้าไม่ตายจะยอมปล่อยไป

 

เมื่อเจอศัตรูคู่แค้น ดวงตาแดงฉานของเขาก็สะท้อนประกายแห่งความสุข

 

เหอเทียนสิงพบว่าฉินเฟิงกับไป๋หลีกำลังหลบหนี แล้วแบบนี้เขาจะยอมอยู่เฉยได้อย่างไร? ฟาดฝ่ามือใส่ทันที

 

ภายใต้แรงกดดันจากกำลังภายในอันทรงพลานุภาพ อักษรรูนสีเงินของไป๋หลีที่ปลดปล่อยออกมาไม่อาจคงรูป แตกกระจัดกระจายเป็นเสี่ยงๆ

 

หากเฉพาะฉินเฟิงกับไป๋หลีต้องการจากไป เหอเทียนสิงไม่มีทางหยุดได้ แต่พวกเขาต้องนำเอากระท่อมน้ำแข็งของหูซานติดตัวไปด้วย ดังนั้นใช้รูนมากกว่าเดิม และเสียเวลามากยิ่งขึ้น

 

ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาเลยถูกเหอเทียนสิงสกัดเอาไว้ได้

 

หึ่ง หึ่ง! โล่ปราณกำลังภายในของฉินเฟิงขยายออก เพื่อหยุดยั้งฝ่ามือของเหอเทียนสิง

 

กำลังภายในในตันเถียนของฉินเฟิง ถูกสูบมาใช้อย่างรวดเร็ว

 

กำลังภายในของฉินเฟิง ในแง่ปริมาณถือว่าไม่เลว แต่ในแง่ของคุณภาพ เมื่อเทียบกับเลเวล S อย่างเหอเทียนสิงแล้ว มันคนละชั้น

 

แถมคราวนี้เหอเทียนสิงกำลังโกรธจัด ดังนั้นไม่คิดยั้งมือ ฉินเฟิงไม่สามารถต้านทานได้เลย

 

เพล้ง!

 

โล่ปราณกำลังภายในแหลกสลาย ฝ่ามือกำลังภายในของเหอเทียนสิง ยังคงหลงเหลือพลังอยู่ ส่วนไป๋หลี แม้คิดป้องกันตัวแต่ก็สายเกินไป

 

ตึงงง!

 

ฝ่ามือนี้ กดทับลงบนร่างของฉินเฟิงและไป๋หลีทันที

 

พวกเขารู้สึกเพียงแค่ว่า ตนกำลังถูกทุบตีอย่างโหดเหี้ยมโดยกำลังภายใน แผ่นหลังโก่งงอภายใต้แรงกดดันอันหนักหน่วง

 

ไป๋หลีน่ะไม่เป็นไรหรอก เพราะเธอได้วิวัฒนาการขึ้นสู่ร่างสัตว์เทวะแล้ว ความสามารถในการรับแรงปะทะค่อนข้างแข็งแกร่ง

 

ในขณะที่ฉินเฟิง เขาไม่มีชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์อีกแล้ว ถึงแม้ยังเหลือเกราะสมบัติระดับเทวะ แต่ด้วยเลเวลของเกราะ มันสามารถทนต่อการโจมตีเต็มรูปแบบของจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล B เท่านั้น เมื่อเทียบกับพลังของเลเวล S แล้ว ราวฟ้ากับเหว

 

การโจมตีนี้ จึงทำร้ายฉินเฟิงอย่างหนัก

 

พรวดดด!

 

เลือดกระอักเต็มปากฉินเฟิง

 

“เหอเทียนสิง หยุดมือ!” หลงหยุนอี้เมื่อเห็นฉินเฟิงถูกโจมตี ก็ร้องตะโกน ตรงเข้าสกัดกั้นทันที

 

ด้วยความช่วยเหลือของหลงหยุนอี้ หลงเยว่เลยได้รับดาบอสูรฟ้า ทว่าแม้ได้มายังไม่สามารถใช้งานในทันที แต่ที่เขาสามารถใช้งานมันได้ และแข็งแกร่งขึ้นดังเช่นปัจจุบัน ต้องขอบคุณรูบิควิเศษของฉินเฟิง

 

ดังนั้น เมื่อเห็นเหอเทียนสิงลงมือ เขาก็ไม่อาจทนอยู่เฉยได้

 

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า หยุดมืออะไรกัน? ฉันก็แค่มอบบทเรียนให้เดรัจฉานน้อยเท่านั้นเอง ถ้าพวกแกรักมันมาก ก็จงปกป้องมันให้ได้สิ!” เจตนาฆ่าสาดประกายในดวงตาของเหอเทียนสิงอีกครั้ง เมื่อครู่เขาปลดปล่อยพลังไปกว่าห้าส่วน แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉินเฟิงยังไม่ตาย

 

ดูเหมือนฉินเฟิงจะแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว!

 

ความเกลียดชังระหว่างทั้งสองไม่ใช่สิ่งที่สามารถแก้ไขได้ เรื่องนี้เหอเทียนสิงทราบดี ดังนั้นก่อนที่ฉินเฟิงจะเติบใหญ่ เขาจะต้องฆ่าอีกฝ่ายให้จงได้!

 

และหากคิดทำเช่นนั้น วันนี้นี่แหละคือสถานการณ์ที่ดีที่สุด!

 

เหอเทียนสิงโจมตีอีกครั้ง

 

แต่คราวนี้หลงหยุนอี้หยุดได้ทัน

 

ตูมมม!

 

เกิดแรงระเบิดมหาศาลขึ้นบนท้องฟ้า

 

ไม่ว่าจะเป็นเหอเทียนสิง หรือหลงหยุนอี้ เบื้องหลังของทั้งสอง เงาดำเป็นจุดๆเริ่มปรากฏขึ้น

 

เงาดำนี้ โปร่งใสเหมือนจันทรา

 

ทุกคนที่รับชมการต่อสู้ ต่างสูดหายใจลึก

 

สองคนนี้เอาจริงแล้ว! พวกเขาใช้ดารากำลังภายในอย่างไม่คาดฝัน!

 

‘ดารากำลังภายใน’ เป็นการดำรงอยู่ในระดับตำนานเท่านั้น

 

ตำนานเล่าว่ากำลังภายในในตันเถียน หลังจากพัฒนาเป็นมหาสมุทร หากคิดวิวัฒสู่เลเวล S พวกมันจะต้องถูกบีบอัด หลอมรวมให้อยู่ในรูปแบบของแข็ง จากนั้นจะสร้างลูกทรงกลมเป็นรูปเป็นร่างขึ้น

 

ดาราที่ว่ามีลักษณะอย่างไรน่ะหรือ? นั่นตอบได้ยาก เพราะสำหรับผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S แต่ละคนล้วนไม่เหมือนกัน ทว่าพวกมันคือตัวแทนที่แสดงถึงพลังสูงสุดของพวกเขา!

 

ปัจจุบัน การต่อสู้ของทั้งสอง ได้ดำเนินมาถึงจุดนี้แล้วจริงๆ

 

ดาราบนอากาศที่อยู่เบื้องหลังเหอเทียนสิง ดูเหมือนเป็นเส้นเป็นขีดอะไรบางอย่าง คาดว่าน่าจะเป็นร่องรอยของคมดาบ ส่วนในอากาศเบื้องหลังหลงหยุนอี้ ดาราของเขาบ้างขึ้นบ้างลง คล้ายใช้นัยยะบางอย่างในการลอยตัว

 

อย่างไรก็ตาม ดาราของทั้งสองปรากฏให้เห็นแค่จางๆเท่านั้น ผู้ใช้วรยุทธโบราณระดับสูงน่ะเป็นอะไรที่ลึกล้ำมาก ก็เหมือนกระบวนท่าวรยุทธบางประเภท ที่หากคิดเรียนรู้ จำเป็นต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 

นี่คือเขตแดนแห่งเจตนารมณ์!

 

เป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

 

แต่ถ้าให้สรุปโดยสังเขป การต่อสู้ระหว่างพวกเขา ภายใต้เจตนารมณ์นี้ จะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

เปรี๊ยะ!

 

ชั้นอากาศระหว่างทั้งสองเกิดความผันผวน รอยแยกมิติปรากฏขึ้นอีกครั้ง

 

การต่อสู้ของเลเวล S เหนือล้ำเกินกว่าจินตนาการของผู้คน บ่อยครั้งสามารถสร้างเหตุการณ์ฟ้าถล่มแผ่นดินแยก และในครั้งนี้ รอยแยกมิติได้ปรากฏขึ้นอีกครา มันผุดขึ้นกลางอากาศโดยตรง บังคับให้ทั้งสองต้องแยกจากกัน

 

ขณะเดียวกัน ฉินเฟิงกับไป๋หลีต้องคอยทานรับฝูงสัตว์ร้ายจากป่าวูดูที่กระจายกันเข้ามาปิดล้อมจากเบื้องล่าง ตอนนี้มีรอยแยกมิติเปิดขึ้นใหม่ เท่ากับพวกเขาซวยซ้ำสอง ปรากฏเสียงคำรามทะลุออกมาอย่างกะทันหัน ตามมาติดๆด้วยมังกรกระดูกตัวยาวที่ปกคลุมไปด้วยอักษรรูนมืด

 

มนุษย์ที่รอดชีวิตจากมิติล่มสลาย ร้องอุทานอีกครั้ง

 

“มังกรกะโหลกแห่งดินแดนกระดูก!”

 

เจ้าตัวนี้คงไม่พ้นเป็นสัตว์ร้ายจากพื้นที่ต้องห้ามของมิติล่มสลายเช่นกัน

 

หายนะทั้งหมดที่เกิดขึ้น ล้วนมีต้นตอจากการต่อสู้ระหว่างเลเวล S ทั้งสอง ไม่เพียงแค่นั้น แต่มังกรกะโหลกเมื่อบินออกมา มันปลดปล่อยกลิ่นอายระดับราชันย์เลเวล B –นี่แค่ตัวแรกเท่านั้นนะ! แล้วแบบนี้ใครจะรู้ ว่าจะมีตัวอันตรายอะไรจากข้างในออกตามมาอีก

 

หลงหยุนอี้กล่าวเสียงหม่น “เหอเทียนสิง คุณมาที่นี่เพื่อหาสมบัติ หรือต้องการทำลายมิติแห่งนี้ลงกันแน่? หากเป็นอย่างหลัง ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้อะไรกลับไป!”

 

สีหน้าของเหอเทียนสิงเผยถึงความหยามหยั่น แต่การโจมตีทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้ตำแหน่งที่เขาได้รับบาดเจ็บเริ่มเกิดอาการปวดจางๆ ดังนั้นในใจเขาไม่อยากสู้อีกต่อไป แต่อีกใจก็ไม่ยินยอมปล่อยฉินเฟิงไปเช่นกัน

 

“ไม่ต้องสู้กันต่อก็ได้ แต่คุณจะต้องส่งเขามา!” เหอเทียนสิงกล่าว

 

เสียงทุ้มหนาของหลงเยว่ดังแทรก เอ่ยหัวเราะหยัน “อย่าล้ำเส้นเกินไปนัก ลุงสิบสามของฉันขอให้แกถอย แกก็ต้องยอมถอย!”

 

เหอเทียนสิงแสยะยิ้มเย็น ไม่ยินยอมรับคำ “งั้นก็สู้กันต่อ!”

 

ไอซานที่อยู่ข้างๆ คอยรับฟังทั้งสามถกเถียงกัน ทำทีไม่ต่างจากกำลังเฝ้าชมเรื่องตลก อย่างไรก็ตาม เขายังคงแอบล็อคพลังสมาธิบนร่างของหลงเยว่ เตรียมพร้อมโจมตีอีกฝ่ายทุกเมื่อ

 

ขณะเดียวกัน เบื้องล่างฉินเฟิงถูกรุมล้อมไปด้วยสัตว์ร้ายหลากสายพันธุ์ กระทั่งมังกรกะโหลกยังเข้ามาร่วมสนุกด้วย ไม่ยอมปล่อยให้ฉินเฟิงกับไป๋หลีหนีไป

 

ฉากเบื้องล่างนี้กระตุกความคิดหนึ่งของเหอเทียนสิงขึ้นมา

 

ในสายตาของเหอเทียนสิง ฉินเฟิงกำลังได้รับบาดเจ็บ แถมถูกรุมล้อมโดยฝูงสัตว์ร้ายที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย แม้เขาไม่ทำอะไร แต่หากปล่อยทิ้งไว้ ฉินเฟิงคงไม่พ้นความตาย

 

ดังนั้น เหอเทียนสิงยิ่งตั้งใจแน่วแน่ ยืนกรานว่าจะไม่ยอมปล่อยฉินเฟิงไป

 

มุมปากของไอซานยกยิ้มน่าเกลียด เอ่ยออกมา น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยเจตนาร้ายอย่างสุดซึ้ง

 

“ถ้าให้ฉันพูด ฉันว่าทุกคนหยุดสู้กันเองเถอะ พวกเราก็แค่เฝ้าดูเจ้าเพื่อนตัวน้อยคนนี้ ถ้าเขาตายก็คือตาย แต่ถ้าเขารอดก็ปล่อยไป แบบนี้จะได้ไม่ต้องขัดแย้งกันอีก!” ไอซานฉีกยิ้มบ้าคลั่ง ก้มลงมอง ราวกับเขากำลังเพลิดเพลินไปกับการรับชมละครแสนสนุก

 

เหอเทียนสิงพอได้ยิน ก็กล่าวเสริมขึ้นว่า “แล้วทางตระกูลหลงคิดว่ายังไง? นี่ถือเป็นทางออกที่ดี ทุกคนห้ามขยับ พวกคุณต้องไม่ช่วยเหลือเขา ถ้าเขาเอาตัวรอดได้ ฉันจะยอมปล่อยไป!”

 

ประกายดำมืดฉายวาบในดวงตาของหลงหยุนอี้ เหอเทียนสิงกับไอซานยังไม่รู้ถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของฉินเฟิง –แต่ตัวเขารู้ดี!!

 

ครั้งนี้ที่เดินทางมายังมิติธารโลหิต ทางตระกูลหลงมากันแค่สองคน และยังเร็วถึงขนาดนี้ ก็เป็นเพราะ … พวกเขาคอยจับตามองฉินเฟิงอยู่ตั้งแต่แรก

 

วัยรุ่นคนนี้จู่ๆก็เคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน และทุกครั้งที่ทำเช่นนี้ ผลลัพธ์สุดท้าย มักได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มหาศาลเสมอๆ

 

ดังนั้นเมื่อกลุ่มเฟิงหลีเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ทางตระกูลหลงเลยได้รับข่าวเป็นกลุ่มแรก!

 

แม้มีหลายคนยังไม่มั่นใจก็ตาม แต่หลงเยว่กับหลงหยุนอี้ตัดสินใจทันที ว่าจะติดตามฉินเฟิงมาสำรวจมิติธารโลหิต!

 

และตอนนี้ เหอเทียนสิงเอ่ยปากออกมาแล้ว ว่าตราบใดที่ฉินเฟิงผู้อยู่ท่ามกลางสนามรบเบื้องล่างไม่ตาย ทุกอย่างเป็นอันจบ ดังนั้นสบายใจได้

 

เพราะหลงหยุนอี้เชื่อใจฉินเฟิง

 

เพียงแต่เขาคงไม่ทันทราบ ว่าตอนนี้ฉินเฟิงกำลังได้รับบาดเจ็บสาหัส!