7/8
Ep.145
แข็งแกร่งกว่าอี้อี้หลายเท่า?
ฉู่เซวียนได้ยินคำนี้ ท่าทีประหลาดใจผุดขึ้นบนใบหน้าเขา
ต้องรู้นะว่า ฉู่เซวียนเคยยืมพลังของอี้อี้มาก่อน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่นั่นคือพลังรบระดับลอร์ดขั้นสูง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ พลังรบของอี้อี้ได้ไปอยู่ในจุดสูงสุดของระดับลอร์ดแล้ว
แต่จากที่เธอพูดมาเมื่อครู่ เกรงว่าพลังรบของราชาซอมบี้คงตัดผ่านระดับลอร์ดไปเรียบร้อย
“ฉันเข้าใจแล้ว” ฉู่เซวียนพยักหน้าอย่างสงบ ขณะเดียวกันในใจกำลังทำความเข้าใจถึงพลังรบโดยรวมของซอมบี้ในโลกใบนี้
“แล้วฉันจะไปหาเขาได้ยังไง” ฉู่เซวียนเอ่ยถาม
อี้อี้ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ถ้าว่ากันตามปกติแล้ว ราชาซอมบี้จะออกมาก็ต่อเมื่อเขาอยากเรียกใช้ซอมบี้ระดับลอร์ดเท่านั้น ไม่มีเลยที่พวกเราจะได้ไปหา”
‘งี้เองสินะ’
‘เจ้าหมอนี่เหมือนจะทำตัวเป็นหัวมังกรที่ไม่คิดเหลียวมองหาง’
ในหัวของฉู่เซวียนได้ให้คำจำกัดความแก่ราชาซอมบี้ตนนี้เอาไว้แล้ว
เดิมเขาตั้งใจจะไปหาอีกฝ่าย แต่ตอนนี้ดูเหมือนแผนที่พึ่งวางไว้จะล้มเหลว
ต่อมา มู่อ้าวซวงชูสองแขนบิดเอวอย่างเกียจคร้าน เผยสัดส่วนโค้งเว้าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์หา
อย่างไรก็ตาม ที่อยู่ ณ ที่นี้คือซอมบี้ระดับสูงทั้งหมด ส่วนในใจ ฉู่เซวียนยังคงเอาแต่คิดถึงแฟนสาวของเขา สุดท้ายอาหารตานี้เลยไม่มีผู้ใดได้เชยชม
อย่างไรก็ตาม มู่อ้าวซวงไม่ได้สังเกตเลยว่าเธอทำอะไรลงไป หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ กล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า
“ฟู่วว ที่สุดฉันก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขซักที ”
เหล่าซอมบี้ระดับสูงพอได้ยินแบบนั้น ทุกตนพลันหันขวับไปมองเธอทันที สีหน้าที่แสดงออกมาราวกับว่าไม่รู้จักเธอมาก่อน
นั่นเพราะสำหรับซอมบี้แล้ว การที่มู่อ้าวซวงเอ่ยปากว่าสงบสุข ต้องบอกว่าเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก
แต่เพราะความสัมพันธ์ของเธอกับอี้อี้ ทำให้ซอมบี้ระดับสูงมีความยำเกรงเธออยู่บ้าง ดังนั้นนอกจากใช้สายตามองแล้ว ก็ไม่ได้เอ่ยปากคัดค้านอะไร
“ในเมื่อไม่มีศัตรูแล้ว พวกเรามาจัดงานฉลองกันดีไหม”
จู่ๆ ฉู่เซวียนก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันมายิ้มให้เหล่าซอมบี้
“ฉลอง?”
ได้ยินคำฉู่เซวียน เหล่าซอมบี้ระดับสูงมองหน้ากัน บ่นพึมพำไม่เข้าใจ
แม้พวกเขาจะสืบทอดความทรงจำเดิมจากเจ้าของร่างมา แต่ความคิดยังคงเป็นในแบบฉบับซอมบี้ เกรงว่าคงไม่เข้าใจความหมายของการเฉลิมฉลอง
หรือไม่บางที ในจิตสำนึกของพวกเขา มันอาจไม่มีแม้เศษเสี้ยวในเรื่องเกี่ยวกับความบันเทิงเลย
“พี่ชาย งานฉลองคืออะไร?” อี้อี้ดึงชายเสื้อของฉู่เซวียน เอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“อืม ก็ประมาณว่า … ” ฉู่เซวียนพูดแล้วนิ่งคิดไปพักหนึ่ง
“เฮฮากัน ทุกคนกิน ดื่ม เล่นสนุกด้วยกัน ทำอะไรที่มันผ่อนคลาย”
“กิน ดื่ม เล่นสนุก? นั่นฟังดูน่าเบื่อจะตาย จะมีอะไรในโลกใบนี้อีกที่ทำให้ฉันตื่นเต้นไปมากกว่าการฆ่า?”
“ไอ้งี่เง่า! สหายฉู่เป็นถึงระดับลอร์ด เขาจะโกหกนายทำไม?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สหายฉู่คือซอมบี้ที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้เสมอ ครั้งก่อนเขาสังหารเทพสงครามเผ่ามนุษย์ได้ด้วยพลังรบในเลเวล 3 ครั้งนี้ฉันเชื่อว่าเขาจะไม่ทำให้พวกเราผิดหวังแน่นอน ”
“เรื่องที่สหายฉู่พูดมาน่าสนใจไม่เลว ฉันจะรอดู”
ซอมบี้ระดับสูงพอได้ยิน ก็เริ่มแสดงท่าทีสนอกสนใจขึ้นมา
สำหรับพวกเขา ทั้งชีวิตไม่มีอะไรมากไปกว่าการฆ่าและฝึกฝนในอาณาเขตของตัวเอง ไม่มีความบันเทิงใดๆ
“พี่ชาย แล้วพวกเราจะฉลองกันยังไง?” อี้อี้เอ่ยถามด้วยใบหน้าที่เริ่มแดงเล็กน้อย คล้ายกำลังตื่นเต้น
มู่อ้าวซวงมอง ฉู่เซวียนด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น ชัดเจนว่าเธอเองก็สนใจมันเช่นกัน
ฉู่เซวียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาเป็นประกาย
“จัดปาร์ตี้รอบกองไฟ!”
8/8
Ep.146
กลางดึก
ณ เมืองตงเฉิง
ในเมืองที่ปกติจะมีซอมบี้เดินเตร่อยู่ทุกหนแห่ง แต่คืนนี้ดูจะต่างไปจากแต่ก่อนเล็กน้อย
ซอมบี้ระดับต่ำที่ไม่มีสติปัญญามากนักพากันหันหน้าไปยังทิศทางใจกลางเมือง คล้ายมีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดความสนใจของพวกมัน
อย่างไรก็ตาม มีแรงกดดันรุนแรงมาจากกลางเมืองเช่นกัน เจ้าสิ่งนี้ข่มพวกซอมบี้ระดับต่ำให้ไม่สามารถเข้าไปได้ พวกมันจึงได้แต่หันไปมองด้วยอาการกระสับกระส่าย
ณ ใจกลางเมืองตงเฉิง ซากปรักหักพังจากการต่อต่อสู้ได้ถูกเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว
ณ เวลานี้ ในพื้นที่โล่งใจกลางเมือง มีเปลวเพลิงกองใหญ่กำลังลุกโชน แสงสีแดงเข้มสะท้อนออกไปรอบๆ
ฉู่เซวียนนั่งอยู่ข้างกองไฟ รับหน้าที่เป็นคนย่างบาร์บีคิว
เบื้องหน้าเขาเต็มไปด้วยเนื้อเสียบไม้ ทว่าเนื้อบนไม้เหล่านี้ไม่ใช่เนื้อธรรมดาอย่างวัวหรือหมู แต่ทั้งหมดคือเนื้อที่หั่นมาจากศพเผ่าเซิร์กเลเวล 5
เนื้อบนไม้เสียบใสราวกับหินโมรา นอกจากนี้ยังส่งคลื่นความผันผวนของพลังงานหนาแน่นออกมา
เมื่อถูกไฟย่างอย่างต่อเนื่อง สีของเนื้อก็เริ่มอมเหลืองเล็กน้อย มีไขมันหยดลงในเปลวไฟไม่หยุด ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนออกมา
หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในยามสงบ มันคงเป็นแค่เรื่องธรรมดา
ทว่ามันดันเกิดขึ้นในช่วงเวลาหายนะของโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้อาละวาด ซึ่งไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ให้ความรู้สึกขัดแย้งกัน
ท่ามกลางวันสิ้นโลกที่คนอื่นๆต่างกำลังคิดหาวิธีเอาชีวิตรอด แต่ไหงที่นี่ดันมาทำเหมือนว่ากำลังอยู่ในช่วงวันหยุดพักผ่อนซะได้?
ขืนผู้ใช้พลังโผล่มาแล้วเห็นเข้า อีกฝ่ายคงตะลึงตาค้าง เพราะซอมบี้ระดับสูงที่เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อฐานมนุษย์ ในเวลานี้กลับทำตัวเหมือนเด็กประถม นั่งจ้องเนื้อเสียบไม้ในมือฉู่เซวียนไม่วางตา แถมบางตนยังมีน้ำลายหยดจากมุมปากโดยไม่รู้ตัว
ต้องบอกว่าเทคนิคทำอาหารขั้นต้นที่ระบบมอบให้ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง
ในฐานะที่ครั้งหนึ่ง ฉู่เซวียนเคยได้รับตำแหน่งเชฟกระทะเหล็กจากเจียงชิงเซว่ (ถูกบังคับให้ทำอาหาร) ทำให้เขาได้เรียนรู้ทักษะการทำอาหารมาโดยไม่ต้องมีครู
วิธีการเหล่านี้ผุดเข้ามาในใจฉู่เซวียนราวกับติดตัวเขามาตั้งแต่แรกเกิด นั่นเลยทำให้ฉู่เซวียนมาลงเอยเป็นคนย่างเนื้อในตอนนี้
เห็นเนื้อย่างใกล้สุกแล้ว ฉู่เซวียนนำเครื่องปรุงต่างๆออกมาจากพื้นที่ระบบอย่างชำนาญ ไม่ว่าจะเป็นพริกผง , ยี่หร่า …
อย่างไรก็ตาม แม้เครื่องปรุงมากมายจะถูกกองไว้ตรงหน้าฉู่เซวียน แต่ซอมบี้ระดับสูงกลับไม่มีใครสนใจเลยว่าเขาเอาสิ่งของมากมายมาจากที่ไหน สายตาของทุกตนมุ่งไปอยู่กับเนื้อบนไม้เสียบ
อึก!
“สหายฉู่ เมื่อไหร่จะได้กิน มันอร่อยจริงๆใช่ไหม” เหล่าซอมบี้กลืนน้ำลายอึกใหญ่ บางตัวอดถามขึ้นมาไม่ได้
“นั่นสิพี่ชาย พวกเราจะได้กินมันเมื่อไหร่?” อี้อี้จ้องมองเนื้อเสียบไม้ ด้วยแววตาเหม่อลอย เอ่ยถามพลางเช็ดน้ำลายตรงมุมปาก
ได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของฉู่เซวียนอดยิ้มไม่ได้ “รออีกนิด โรยเครื่องปรุงก็พร้อมทานแล้ว ”
ต่อมา ฉู่เซวียนหยิบขวดและกระป๋องตรงหน้าขึ้น เทยี่หร่าเป็นอย่างแรก แล้วตามด้วยพริกผง และเครื่องเทศอีกหลายชนิด …
มือของฉู่เซวียนเคลื่อนไหวเป็นเงาราวกับภูติผี ควันไฟลุกโชนจากเครื่องปรุงที่หล่นลงไป ส่งกลิ่นหอมกระจายไปทั่ว
ในคราเดียว กลิ่นหอมเข้มข้นลอยออกมาจากไม้เสียบ ชวนให้เหล่าซอมบี้เกิดอาการหลงใหลมึนเมา
และช่างเป็นเรื่องบังเอิญ ที่กลิ่นหอมฉุยนี้ถูกสายลมพัดพา นำกลิ่นหอมลอยฟุ้งไกลออกไป …